Showing posts with label การเงิน. Show all posts
Showing posts with label การเงิน. Show all posts
Sunday, March 13, 2016
"Bitcoin & Blockchain" FinTech ที่กำลังเขย่าระบบการเงินโลก /โดยคุณเจษฏา สุขทิศ
บทความฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ บิทคอยน์ (Bitcoin) และบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งจัดเป็น2 ฟินเทค (FinTech) ที่กำลังค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาปฏิวัติระบบเงินตราโลก อาจจะดูซับซ้อนไปบ้างแต่เชื่อว่าเป็นความรู้ที่ควรค่าแก่การศึกษาแน่นอน จะได้ไม่ตกเทรนด์กันนะครับ
ขอเริ่มต้นด้วย Bitcoin ก่อนเลยนะครับ Bitcoin จัดเป็นสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) ที่เกิดขึ้นในปี 2008และเริ่มมีความแพร่หลายในการใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสำคัญที่สุดก็มาจากต้นทุนที่ถูกกว่าในการทำธุรกรรม หากเปรียบเทียบการซื้อขายผ่านบัตรเครดิตซึ่งมีต้นทุนการทำธุรกรรม 2 – 4% ขณะที่ Bitcoin มีต้นทุนการทำธุรกรรมโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 1% ถูกกว่ากันหลายเท่าตัวครับ
นอกจากนี้ความโปร่งใสของ Bitcoin จากการที่ระบบในการขุด Bitcoin เป็น open source คือเปิดเผยและตรวจสอบได้ รวมไปถึงจำนวน Bitcoin ที่มีการกำหนดไว้ชัดเจน 21 ล้านเหรียญ ก็มีส่วนช่วยให้ผู้ใช้เกิดความชัดเจนว่าอุปทานของ Bitcoin เองจะไม่มากเกินไป ปัจจุบันเริ่มมีร้านค้าทั้ง online & offline เริ่มเปิดให้มีการใช้ Bitcoin ในการทำธุรกรรมมากขึ้นยกตัวยอย่างเช่น Amazon eBay Tesla Expedia เป็นต้น
อย่างไรก็ตามปัญหาเกี่ยวกับ Bitcoin ที่ผ่านมาก็เกิดขึ้นไม่น้อยเช่นกัน เช่นกรณีของ Mt.Gox ซึ่งเป็นตัวกลางสำหรับแลกเปลี่ยน Bitcoin ที่มีกรณีทุจริต และทำให้ผู้ถือ Bitcoin ต้องสูญเสียไปนับร้อยล้านบาท หรือหลายกรณีที่มีการกล่าวหาว่า Bitcoin ถูกนำไปใช้กับธุรกิจใต้ดินต่าง ๆ อย่างยาเสพย์ติด หรือการก่อการร้าย
การเกิดขึ้นของ fintech ซึ่งกำลังเขย่าวงการการเงินโลกในปัจจุบันนั้นรวดเร็วมาก และมีความไม่เสถียรอีกมาก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการค้าที่เกิดทางช่องทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยต้นทุนที่ถูกกว่ามากของการทำธุรกรรมผ่าน Bitcoin ผมยังมองว่ามีโอกาสไม่น้อยเช่นกันที่วันนึง Cryptocurrency จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเงินตราที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้ บล็อกเชน (Blockchain) ก็เป็นอีกส่วนประกอบที่สำคัญมากต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
Blockchain คือระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ที่เก็บสถิติการทำธุรกรรมทั้งหมดของ Bitcoin และอาจรวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงิน และสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ อีกในอนาคต เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกรรมการเงินปกติ ที่จะต้องมีตัวกลางคือสถาบันการเงิน หรือสำนักชำระบัญชี แต่ระบบ Blockchain จะไม่มีตัวกลางอย่างที่เคยเป็นมา ยกตัวอย่างเช่นเวลาคนทำธุรกรรมด้วย Bitcoin จะมีรหัส token สร้างขึ้นมาแล้วทำการสื่อสารกับ Blockchain เพื่อทำการตรวจสอบว่า Bitcoin นั้น ๆ คือของจริงหรือไม่ก่อนทีจะมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้นจริง
เท่ากับว่า Blockchain คือระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin หรืออาจลามไปถึงธุรกรรมซื้อขายออนไลน์ทั่ว ๆ ไป ธุรกรรมหลักทรัพย์เช่นหุ้น พันธบัตรในอนาคต หรืออาจรวมถึงเงินตราสกุลต่าง ๆ ที่ตัดตัวกลางซึ่งก็คือสถาบันการเงินต่าง ๆ ออกไป เมื่อตัดตัวกลางออกไปแน่นอนต้นทุนก็ต้องถูกลงด้วย เหล่าสถาบันการเงินที่เป็นตัวกลาง รวมไปถึงสำนักชำระบัญชีต่าง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องมีอีกในอนาคตได้เลย หากเทคโนโลยีนี้เข้ามาแทนที่
ใช่ครับนอกจากนี้เทคโนโลยีบล็อกเชน ยังอาจถูกนำไปใช้ในงานอื่น ๆ เช่นการเก็บสถิติการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสมากขึ้น การให้ยืม Cloud Storage ระหว่างกัน, ระบบ Peer to peer lending และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล่าสุดแม้แต่เหล่าธนาคารเองก็ตัดสินใจเข้าลงทุนในการทำ Blockchain มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุด เหล่าสถาบันการเงินอย่างธนาคาร Citibank , ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ รวมไปถึงบริษัท VISA ก็ได้เข้าลงทุนในบริษัทบล็อกเชนชั้นนำอย่าง Chain.com ไปเรียบร้อยแล้ว
ก็ต้องดูกันต่อไปครับว่าคลื่นเทคโนโลยีทางการเงินครั้งนี้จะเปลี่ยนโลกเราไปขนาดไหน
Tuesday, November 18, 2014
Smart Money Set In The CITY 2014
เปลี่ยนจากวัยรุ่น เป็นเศรษฐีเงินล้าน ผ่านการวางแผนทางการเงิน....
หลายคนคงเคยถามตัวเองว่า..ในวัยเท่าๆ กัน ทำไมเพื่อนหรือคนใกล้ตัวจึงมีเงินมากกว่าเรา
สารพัดคำตอบที่เราคิด เช่น.. อาจเป็นเพราะเขาเหล่านั้นสามารถออมเงินในกระเป๋าได้ดีกว่าเราจึงมีเงินเหลือไปใช้จ่ายสิ่งของต่างๆ หรืออาจเพราะเขาเหล่านี้มีต้นทุนชีวิตที่สูงกว่าเรา ฯลฯ
ท่ามกลางคำถามคำตอบเหล่านี้ ทราบหรือไม่ว่า เราทุกคนสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเศรษฐีเงินล้านได้ ด้วยการวางแผนทางการเงินที่ดี ผ่านการแนะนำของมืออาชีพโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย
คำว่า "การวางแผนทางการเงิน" ก็คือการบริหารจัดการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินที่เรามีอยู่ให้เกิดผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ วันนี้ "การวางแผนทางการเงิน" ไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่อีกต่อไป ใครก็ตามที่ได้เงิน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่รับค่าขนมรายเดือน, ได้เงินจากงานพาร์ทไทม์ และในอนาคตเมื่อเริ่มต้นทำงาน นับตั่งแต่เงินเดือนแรกเราก็ควรวางแผนทางการเงิน เพราะยิ่งเราเริ่มต้นเร็วก็จะมีโอกาสมากกว่าซึ่งการวางแผนทางการเงิน มี 2 สิ่งที่ต้องคิด คือ
1. กำหนดเป้าหมาย
2. วางแผนการบริหารจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเรา
วางเป้าหมายชัดเจน : ฝันล้าน ต้องหาให้ได้ล้าน
การวางเป้าหมายให้ชัดเจน นับเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนการเงิน ฟังดูง่าย แต่การวางเป้าหมายอาจมีจุดเริ่มต้นมาจากความอยากได้สิ่งต่างๆ ของเรา เช่น ฝันอยากมีเงินล้านก่อนอายุ 30 ปี, อยากมีเงินดาวน์คอนโดฯ ทันทีที่เรียนจบ หรืออยากท่องเที่ยวยุโรปตอนอายุ 25 ปี ฯลฯ เหล่านี้คือการตั้งเป้าหมายที่มีการกำหนดมูลค่าและระยะเวลาที่ชัดเจน ทำให้เรารู้ว่ามีระยะเวลาที่เหลืออยู่เท่าไหร่เพื่อที่จะพิชิตเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
ในเรื่องนี้มีข้อคิดสำคัญคือ เราอยากให้คุณกำหนดเป้าหมายทั้งระยะสั้น กลาง และยาว คิดไปให้ไกลถึงตอนเกษียณเลยก็ได้ว่าคุณอยากส่องกระจกแล้วเห็นตัวเองเป็นอย่างไรเมื่อตอนอายุ 60 ปี? ลองทำการบ้านกับตัวเองดู ให้เวลาตัวเองสักนิด คิดให้ถึ่ถ้วน สามารถปรึกษาครอบครัวหรือคนรู้จักก็ได้
บริหารเงินเริ่มต้นได้ทันที เพราะมีมืออาชีพช่วยเหลือ
เมื่อรู้ว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ รายจ่ายเท่าใด เป้าหมายที่ชัดเจนของเราก็เหมือนกับตุดหมายการเดินทาง
เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือก "พาหนะ" ที่จะนำคุณไปให้ถึงเส้นทางนั้นๆ เช่น การพิชิตเงนิล้านก่อนอายุ 30 ปี ถ้าให้คิดเร็วๆ เราก็ต้องเริ่มสะสมเงินตั้งแต่วันนี้ด้วยการออมเงิน การออมเป็นสิ่งที่ดีและมั่นคง แต่ต้องพิจารณากับสัดส่วนของเงินที่ได้ต่อเดือนและระยะเวลาของเป้าหมายของเราด้วยว่าเป็นไปได้แค่ไหน
เพราะหากเรากำหนดเป้าหมายไว้สูง แต่เลือกออมเพียงอย่างเดียวก็เหมือนกับการเลือกขี่จักรยานขึ้นภูเขา ซึ่งจักรยานอาจไม่ใช่พาหนะที่ถูกที่ควรนัก
ในโลกของการเงิน มี "พาหนะ" ให้เราเลือกมากมาย และมีคุณสมบัติทำให้เงินของเรางอกเงยได้ต่างกัน ซึ่งมีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคลและช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น
บริหารเงินผ่าน ธนาคาร จะได้ผลตอบแทนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง ฝากถอนเมื่อไหร่ก็ได้
ซื้อพันธบัตร/สลากออมสิน จะได้ผลตอบแทนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่อต่ำกว่าการฝากเงิน
ลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงสูงตาม ใช้ความรู้ความสามารถในการเลือก อาจจะมีผลประโยชน์ทางด้านภาษี
ซื้อประกัน มีความคุ้มครอง อาจจะได้รับผลตอบแทนบ้าง และลดหย่อนภาษีได้
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าทางการเงินอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก สินค้าทางการเงินที่จะพาเราไปสู่จุหมายนั้นต้องศึกษาข้อกำหนดให้ดี และต้อรับรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและศึกษาให้เข้าใจก่อนจะตัดสินใจเลือกวิธีการใด ซึ่งการเดินทางไปสู่จุดหมาย เราอาจต้องใช้หลายพาหนะ จึงต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย
อาจฟังดูน่าปวดหัว แต่อย่าเพิ่งเปลี่ยนเป้าหมายของคุณเพราะว่าขยาดกับการวางแผนการเงิน เพราะปัจจุบันเรามีตัวช่วย คือ "นักวางแผนการเงิน CFP" หรือผู้ประกอบวิชาชีพนักวางแผนการเงิน ที่สามารถให้บริการวางแผนการเงิน ซึ่งประกอบไปด้วย แผนการลงทุน แผนการประกันชีวิต แผนภาษีและมรดก และแผนเพื่อวัยเกษียณแก่ลูกค้า
นักวางแผนการเงิน "CFP"
นักวางแผนการเงิน "CFP" เปรียบเสมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจุดที่เราอยู่ในปัจจุบันไปสู่เป้าหมายในอนาคต
บริการของนักวางแผนการเงิน "CFP" จะครอบคุมทั้งการให้คำปรึกษาและจัดทำแผนการเงิน ในทุกๆ ด้านตามที่กล่าวมา ภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเงินตามต้องการ และมีชีวิตภายหลังเกษียณอย่างมีความสุข นักวางแผนการเงิน "CFP" จึงเปรียบเสมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจุดที่เราอยู่ในปัจจุบันไปสู่เป้าหมายในอนาคต โดยนักวางแผนการเงิน "CFP" จะต้องสอบผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพ
และช่วงนี้ต้องถือว่าเป็นโอกาสดีสำหรับคุณๆ ที่สนใจในเรื่องการวางแผนทางการเงิน คุณสามารถเริ่มต้นวางแผนทางการเงินผ่านมืออาชีพได้ฟรี ณ จุดบริการ Wealth coaching จากสุดยอกนักวางแผนทางการเงินแบบตัวต่อตัว ในงาน Set in The City 2014 ระหว่างวันที่ 20 - 23 พ.ย. 2557 นี้ ที่ รอยัล ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ http://tfpa.or.th/event/
เมื่อคุณลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว สามารถจูงมือทั้งครอบครัวไปช่วยกันคิดช่วยกันฟังได้ แต่อย่าลืมทำการบ้านเรื่องเป้าหมายให้ชัดเจนไปด้วย และเมื่อคุณได้รับแผนการบริหารจัดการเงินมาแล้ว เส้นทางต่อไปจากนั้นคือการดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัด พร้อมกับตรวจสอบและปรับแผนตามสถาณการณ์ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถมีเงินล้านได้ตามฝันอย่างแน่นอน
และนอกจากเรื่องการวางแผนทางการเงินแล้ว ภายในงาน SET in The City 2014 ยังมีกิจกรรมน่าสนใจให้คุณได้เรียนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ได้ที่ www.set.or.th/setinthecity
Subscribe to:
Posts (Atom)


